งานอีโรติกดีไซน์ในหนังไซไฟเสียดสีสังคมสุดมืดหม่น A Clockwork Orange

🇺🇸 English

นอกจากเรื่องเซ็กส์จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับงานศิลปะแล้ว ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับงานสร้างสรรค์ในแขนงอื่นๆ อีกมากมาย ไม่เว้นแม้แต่งานดีไซน์ ที่เรียกขานกันว่า Erotic Design โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานดีไซน์ในหนัง ในตอนนี้เราจะกล่าวถึงหนังอีกเรื่องหนึ่งที่เต็มเปี่ยมไปด้วยงานดีไซน์ในสไตล์อีโรติกอันเย้ายวน หนังเรื่องนั้นมีชื่อว่า

A Clockwork Orange (1971)

หนังไซไฟเสียดสีสังคมสุดมืดหม่นที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายปี 1962 ในชื่อเดียวกัน ของ แอนโทนี เบอร์เจสส์ (Anthony Burgess) เมื่อตอนที่ออกฉายใหม่ๆ ถูกต่อต้านและวิพากษ์วิจารณ์ถึงความรุนแรง เรื่องเพศ และการส่งเสริมความเลวร้ายต่อสังคม จนถึงขนาดที่คูบริกต้องระงับการฉายหนังเรื่องนี้ด้วยตัวเองเลยทีเดียว แต่ในเวลาต่อมามันกลับได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพยนตร์ไซไฟที่ดีที่สุดตลอดกาลเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์สมัยใหม่เลยทีเดียว

หนังเล่าเรื่องราวในโลกยุคอนาคตที่เต็มไปด้วยความผิดเพี้ยนพิลึกพิลั่น ผ่านตัวละครสุดห่ามอย่าง อเล็กซ์ (มัลคอล์ม แม็กโดเวล) เด็กหนุ่มเลือดร้อนหัวหน้าแก๊งอันธพาลผู้นิยมความรุนแรง ชื่นชอบการทำร้ายร่างกาย หลงใหลการก่ออาชญากรรม ข่มขืนกระทำชำเรา ไปจนถึงการฆาตกรรม แต่กลับมีรสนิยมวิไลขัดกับพฤติกรรม ด้วยเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่เก๋ไก๋เปี่ยมสไตล์ โดยเขามักจะแต่งกายสีขาวล้วนในขณะที่ไปก่ออาชญากรรม นิยมฟังเพลงคลาสสิกของเบโธเฟน และชอบดื่มนมสดเป็นนิจ (เอากับมันซี่!)

นอกจากเนื้อหาอันอื้อฉาว เรื่องราวที่แปลกประหลาดล้ำยุคสมัย บทสรุปที่หักมุมเกินคาดเดา และวิพากษ์วิจารณ์สังคมสมัยใหม่และสันดานมนุษย์ได้อย่างถึงแก่นแล้ว สิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้เนื้อหาสาระก็คือการออกแบบงานสร้าง หรือ Production Design ที่เปี่ยมสไตล์โฉ่งฉ่างจัดจ้าน สีสันฉูดฉาดบาดตา และองค์ประกอบอันเพี้ยนพิลึกพิลั่นไปจนถึงอีโรติคเย้ายวนจนจวนเจียนอนาจาร

ออกแบบโดยโปรดักชั่นดีไซเนอร์ชาวอังกฤษ จอห์น แบร์รี (John Barry) (ที่ภายหลังมีชื่อเสียงจากการออกแบบงานสร้างให้หนังไซไฟคลาสสิกอย่าง Star Wars (1977), Superman (1978) ร่วมกับ รัสเซล แฮ็กก์ (Russell Hagg) และ ปีเตอร์ ชิลด์ส (Peter Sheilds) 

โดยผลงานของแบร์รีในหนังเรื่องนี้ ได้แรงบันดาลใจจากงานออกแบบสไตล์ Futuristic-Kitsch* และ Psychedelic Design** รวมถึงงานสไตล์ Mid-Century Modern และ Erotic Art & Design ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงในยุค 60 งานออกแบบฉากและกำกับศิลป์เหล่านี้ ไม่ได้เป็นแค่เพียงฉากที่เกื้อหนุนอยู่เบื้องหลังตัวละครเท่านั้น หากแต่คูบริกให้ความสำคัญราวกับเป็นตัวละครอีกตัวหนึ่งเลยทีเดียว สังเกตได้จากการที่เขามักจะวนเวียนแช่กล้องอยู่ในฉากเหล่านี้อยู่เป็นนานสองนานโดยไม่ค่อยเปลี่ยนมุมกล้อง ราวกับจะให้คนดูอย่างพวกเราค่อย ๆ ละเลียดดื่มด่ำกับความงดงามของฉากยังไงยังงั้น

ฉากที่โดดเด่นในหนังเรื่องนี้ก็มีอย่าง ฉากภายในห้องพักของสุภาพสตรีผู้เลี้ยงแมว ที่ถูกยอดชาย(ชั่ว)นายอเล็กซ์ปล้นและฆาตกรรม ซึ่งตกแต่งด้วยงานศิลปะอันเย้ายวนสไตล์อีโรติก (Erotic Art) บนผนังแขวนประดับด้วยภาพวาดนู๊ดสไตล์ป๊อบ ผลงานจิตรกรรมของศิลปินป๊อบอาร์ตชาวดัชต์ คอร์เนลิส มัคคิงค์ (Cornelis Makkink)

ซึ่งคูบริกไม่ได้คิดจะใช้ผลงานของเขาในหนังตั้งแต่แรก หากแต่คริสทิอานน์ (Christiane Kubrick) ภรรยาของเขา (ซึ่งเป็นจิตรกรเช่นกัน) เป็นผู้แนะนำให้คูบริกไปชมนิทรรศการของมัคคิงค์ที่มาจัดแสดงในลอนดอน เพื่อหาไอเดียและแรงบันดาลใจสำหรับเซ็ตดีไซน์ของหนัง ผลก็คือ คูบริกถูกอกถูกใจอย่างมาก และนำภาพวาดของมัคคิงค์มาใช้ในหนังถึง 9 ชิ้นด้วยกัน

ส่วนผลงานอีกชิ้นที่โดดเด่นไม่แพ้กันก็คือ ประติมากรรมสีขาวรูปองคชาติขนาดเขื่อง! ซึ่งเป็นผลงานของประติมากรชาวดัชต์อีกคนอย่าง เฮอร์มานน มัคคิงค์ (Herman Makkink) (ผู้เป็นพี่ชายของ คอร์เนลิส มัคคิงค์) ที่มีชื่อว่า The Rocking Machine

และอันที่จริงผลงานชิ้นนี้ก็ไม่ได้ถูกออกแบบสำหรับหนังเรื่องนี้เหมือนกัน (เพราะเดิมทีมันเคยปรากฏตัวอยู่ในหนัง Dropout (1970) ของ ตินโต บราสส์ (Tinto Brass) มาก่อน) แต่เมื่อคูบริกและภรรยาไปเยี่ยมชมสตูดิโอของสองพี่น้องและเห็นมันเข้าก็เกิดอาการถูกใจในความห่ามปนเก๋ไก๋ของมัน และนำมาใช้ในหนังในที่สุด ผลงานของมัคคิงค์ผู้พี่คนนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากรูปทรงของอวัยวะเพศชาย ผนวกกับสัดส่วนโค้งเว้าอันงดงามของบั้นท้ายสตรี กลายมาเป็นประติมากรรมไฟเบอร์กลาสรูปทรงเย้ายวนที่โยกเยกได้ดังชื่อของมัน

นอกจากนั้นยังมีผลงานสุดอื้อฉาวอีกชิ้นหนึ่งของเฮอร์มานน มัคคิงค์ อย่าง The Christ Unlimited ประติมากรรมขนาดเล็ก รูปพระเยซูทรงมงกุฏหนามยืนกอดคอกันเองอยู่สามสี่องค์พร้อมกับชูมือขวาเย้วๆ ทั้งๆ ที่เลือดยังไม่หยุดไหลดี ให้เห็นกันในหนังอีกด้วย

แต่ฉากที่โดดเด่นเป็นเอกที่สุดในหนังเรื่องนี้ก็คือ ฉาก “Korova Milkbar” หรือ “บาร์นมสด” ซึ่งเป็นสถานที่ที่อเล็กซ์และเหล่าผองเพื่อนอันธพาลแก๊ง Droogs ของเขา ใช้เป็นแหล่งมั่วสุม อัพยา ซดนมสด หรือที่เขาเรียกว่า “Moloko plus drencom” (Milk plus Drugs) กันเป็นที่สำเริงสำราญ

องค์ประกอบที่เตะตาต้องใจที่สุดของบาร์นี้ก็คือ รูปปั้นสตรีเปลือยผมฟูฟ่องหลายสิบคนที่มาโพสท่าเป็นเฟอร์นิเจอร์ จนดูเผินๆ นึกว่ามีผู้หญิงเปลือยมานั่งๆ นอนๆ โพสท่าอยู่จริงๆ โดยมีทั้งที่นอนอร้าอร่ามแอ่นระแน้หนีบขาคู่กันสองคนเป็นโต๊ะเตี้ย และนั่งแอ่นอกอรชร คอยบริการนมสดจากเต้าอยู่บนแท่นกดนม

โดย สแตนลีย์ คูบริก ผู้กำกับ และ จอห์น แบร์รี่ โปรดักชั่นดีไซเนอร์ ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบเฟอร์นิเจอร์สุดอื้อฉาวชุดนี้จากการเข้าไปชมนิทรรศการประติมากรรมของศิลปินคนหนึ่งที่ใช้รูปจำลองของผู้หญิงเปลือยมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ ประติมากรผู้นั้นมีชื่อว่า

อัลเลน โจนส์ (Allen Jones)

ศิลปินป๊อบอาร์ตชาวอังกฤษ ที่สร้างสรรค์งานประติมากรรมขึ้นมาชุดหนึ่งในปี 1969 ที่มีชื่อเรียกว่า “Women as Furniture” ซึ่งเป็นรูปหล่อไฟเบอร์กลาสผู้หญิงเปลือยขนาดเท่าจริง โดยมีที่มาจากภาพถ่ายของผู้หญิงใส่ชุดหนังที่ถูกกระทำพันธนาการในแฟนตาซีทางเพศ (Fetish sex และ Bondage Sex) ผลงานของเขาได้แรงบันดาลใจมาจากทฤษฎีจิตเคราะห์และทฤษฎีทางเพศของ ซิกมุนด์ ฟรอยด์ และ คาร์ล ยุง ในปี 1964 เขาได้รับรางวัล Prix des Jenes Artistes จากเทศกาลศิลปะ Paris Biennale และออกแบบงานสร้างให้กับภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่อง อาทิ Maitresse (1977) ของ บาร์เบ็ท ชโรเดอร์ ผลงาน ‘Women as Furniture’ ชุดนี้ของเขาสร้างชื่อเสียงและความสำเร็จให้กับเขามากมาย และกลายต้นแบบของงานศิลปะในสไตล์ Forniphiliac*** ในเวลาต่อมา 

ผลงานของเขายังกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับงานออกแบบเซ็ตดีไซน์อันอื้อฉาวในหนัง A Clockwork Orange ทำให้เกิดไอเดียที่จะใช้รูปหล่อของผู้หญิงเปลือยทำเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งในบาร์นมสดในหนัง โดยจ้างนางแบบเปลือยมาโพสท่าถ่ายรูปเพื่อหาท่วงท่าที่เหมาะสำหรับการเป็นโต๊ะ และว่าจ้างประติมากรสาว ลิซ มัวร์ (Liz Moore) สรรค์สร้างออกมาเป็นหุ่นเฟอร์นิเจอร์ไฟเบอร์กลาสขึ้นมา จนกลายเป็นชุดเฟอร์นิเจอร์ที่สร้างบรรยากาศแห่งความแปลกประกลาดปนเย้ายวนให้กับหนังได้อย่างเหลือเชื่อ และกลายเป็นหนึ่งในเซ็ตดีไซน์ที่อื้อฉาวที่สุดในวงการหนังนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยที่เจ้าของผลงานต้นฉบับอย่าง อัลเลน ไม่ได้รับค่าตอบแทนใด ๆ แม้แต่เก๊เดียว (อ้าว!)

ไมใช่แค่เพียงฉากที่กล่าวมานี้เท่านั้น หากแต่งานสร้างและโปรดักชั่นดีไซน์ทั้งหมดในหนัง A Clockwork Orange เอง ก็ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจและต้นธารทางความคิดให้แก่วงการหนังและวงการออกแบบรุ่นหลัง ๆ อีกมากมาย และกลายเป็นหนังอันเป็นที่รักของเหล่าคนทำงานสร้างสรรค์จวบจนทุกวันนี้.

Foot Note

*Futuristic-Kitsch สไตล์การออกแบบที่ได้รับอิทธิพลมาจากงานศิลปะแนว Kitsch ซึ่งเป็นลักษณะของงานศิลปะที่หยิบเอาสิ่งของโหลๆ ที่หาได้กลาดเกลื่อนและดูไร้รสนิยมมานำเสนอ ผนวกกับนำเสนอภาพลักษณ์ของโลกอนาคตแบบราคาถูก มันจะพบเห็นได้ในหนังไซไฟทุนต่ำสมัยก่อน เช่นในหนังอีโรติกไซไฟอย่าง Barbarella (1968)

**Psychedelic Design สไตล์การออกแบบที่ได้รับอิทธิผลมาจากงานศิลปะในแนว Psychedelic อันมีที่มาจากสภาวะไร้การควบคุมทางจิตของศิลปิน โดยส่วนใหญ่เกิดจากฤทธิ์ยาเสพติด ซึ่งจะก่อให้เกิดภาพหลอนหรือเพ้อฝัน ลักษณะของงานจะมีสีสันฉูดฉาดจัดจ้านรายละเอียดพิสดารพันลึก

***Forniphiliac งานศิลปะหรือกิจกรรมทางเพศในรูปแบบหนึ่ง ที่หยิบเอารูปร่างของผู้หญิงเปลือยหรือของมนุษย์ (หรือแม้แต่เอาผู้หญิงหรือคนจริงๆ) มาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ ฯลฯ เพื่อตอบสนองแฟนตาซีทางเพศ

ข้อมูล

หนังสือ The Stanley Kubrick Archives โดย Alison Castle สำนักพิมพ์ TASCHEN

เว็บไซต์ www.phinnweb.org/livingroom/ILikeToWatch/allenjones/

1 – 2. ฉากภายในห้องพักของสุภาพสตรีผู้เลี้ยงแมว กับลงานอีโรติกดีไซน์ของ Cornelis Makkink และ Herman Makkink ภาพจาก https://filmandfurniture.com/2015/06/kubricks-clockwork-orange-brutalism-exteriors-interiors-quilt/

3 – 4. ผลงานภาพวาดของ Cornelis Makkink ภาพจาก http://someproductapparel.com/the-genius-art-of-cornelis-makkink/ ภาพจาก

5. ประติมากรรม The Rocking Machine ของ Herman Makkink ภาพจาก https://filmandfurniture.com/2015/06/kubricks-clockwork-orange-brutalism-exteriors-interiors-quilt/ ภาพจาก https://filmandfurniture.com/2015/06/kubricks-clockwork-orange-brutalism-exteriors-interiors-quilt/

6. ประติมากรรม The Christ Unlimited ของ Herman Makkink ภาพจาก https://filmandfurniture.com/2015/06/kubricks-clockwork-orange-brutalism-exteriors-interiors-quilt/

7. ฉากในห้องพักของ อเล็กซ์ ที่ปล้นศิลปะและดีไซน์อีโรติกมาตกแต่งห้องของตัวเอง ภาพจาก https://filmandfurniture.com/2015/06/kubricks-clockwork-orange-brutalism-exteriors-interiors-quilt/

8. ฉาก Korova Milkbar กับงานตกแต่งสไตล์อีโรติก ภาพจาก https://filmandfurniture.com/2015/06/kubricks-clockwork-orange-brutalism-exteriors-interiors-quilt/

9 – 12. ผลงาน Women as Furniture ของ Allen Jones ภาพจาก http://www.phinnweb.org/livingroom/ILikeToWatch/allenjones/

Close

Sign in

Close

Cart (0)

Cart is empty No products in the cart.


Currency