Peach Graphic Designer Portfolio Website 3, 333Art.Gallery, Online Art Gallery Platform

ศิลปะแห่งโลกอันล่องลอย

🇺🇸 English

ในตอนที่แล้วเรานำเสนอถึงเรื่องของ ชุงกะ” (春画 Shunga) ศิลปะเชิงสังวาสของญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ในแขนงหนึ่งของศิลปะแบบประเพณีที่เรียกว่าอุคิโยเอะ ในตอนนี้เราเลยจะขอพูดถึงศิลปะแขนงนี้กัน 

อุคิโยเอะ (浮世絵 Ukiyo-e) แปลว่า “โลกเบาหวิว”, “โลกอันล่องลอย” (Floating World) คำนี้แต่เดิมเป็นคำในพุทธศาสนาที่กล่าวถึงความไม่จีรังยั่งยืนของชีวิตและการหลุดพ้นจากสภาวะดังกล่าว ต่อมามันถูกแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นคำที่หมายถึงวิถีชีวิตของคนเมืองในยุคเอโดะ ที่หมกมุ่นในเรื่องทางโลกย์และความสนุกสนานบันเทิงเริงรมย์ ด้วยการเกื้อหนุนของระบบเศรษฐกิจสังคมที่การค้าขายเฟื่องฟูอย่างมากในยุคนั้น สินค้าที่ให้ความบันเทิง เช่น นิยาย หรือนิยายประกอบภาพจึงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย ภาพที่นำเสนอเรื่องราวชีวิตในสังคมดังกล่าวจึงถูกเรียกขานว่า อุคิโยะเอะ (ukiyo-e) ซึ่งมีความหมายว่า “ภาพของโลกอันล่องลอย” นั่นเอง

1 1024x701, 333Art.Gallery, Online Art Gallery Platform

หลายคนเข้าใจว่า อุคิโยเอะ เป็นแค่ภาพพิมพ์แม่พิมพ์ไม้ (Woodblock Print) เท่านั้น หากแต่ในความเป็นจริงแล้ว ภาพพิมพ์แม่พิมพ์ไม้เป็นแค่เพียงเทคนิคหนึ่งในการผลิตอุคิโยเอะ เพราะอุคิโยเอะยังถูกทำออกมาในเทคนิคอื่นๆ อย่าง งานจิตรกรรมบนกระดาษ บนผ้าไหม ม้วนภาพ (ที่วาดด้วยสีหรือหมึก) อีกด้วย แต่โดยส่วนใหญ่การทำอุคิโยเอะมักจะใช้ระบบการผลิตซ้ำเป็นจำนวนมาก โดยใช้เทคนิคภาพพิมพ์แม่พิมพ์ไม้ สร้างแม่พิมพ์ด้วยการแกะไม้เป็นลวดลายตามที่ต้องการและพิมพ์ออกมา แม่พิมพ์แผ่นเดียวอาจพิมพ์ภาพได้เป็นจำนวนหลายร้อยแผ่นจนกว่าแม่พิมพ์จะเสื่อมสภาพหรือพังไป ดังนั้นภาพเหล่านี้จะมีราคาถูกจนคนทั่วไปสามารถหาซื้อหามาครอบครองได้ ต่างกับภาพจิตรกรรมแบบประเพณีอย่างม้วนภาพจิตรกรรม (scroll painting) ที่มีเพียงชิ้นเดียว และมักจะเป็นภาพเขียนราคาแพงลิบลิ่วซึ่งผู้อุปถัมภ์จิตรกรอย่าง ชนชั้นสูง ขุนนาง ไดเมียว โชกุน หรือราชสำนักจะครอบครองได้เท่านั้น

ภาพพิมพ์อุคิโยเอะนั้นเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างจิตรกรและโรงพิมพ์ โดยจิตรกรจะเป็นผู้วาดภาพต้นฉบับ แล้วส่งให้โรงพิมพ์นำไปถอดเป็นแม่พิมพ์ และทำการพิมพ์ออกมาในจำนวนมากเพื่อขายให้ชาวบ้านร้านตลาดในราคาย่อมเยา บางครั้งก็มีการนำไปใช้เป็นฉลากปิดสินค้าไม่ต่างจากในทุกวันนี้ โดยตัวศิลปินจะได้ค่าตอบแทนจากงานต้นฉบับ เปอร์เซ็นต์จากยอดขาย และชื่อเสียงในฐานะศิลปินเจ้าของงาน ส่วนโรงพิมพ์ก็รับทรัพย์จากกำไรการขายไป ถือได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมการพิมพ์ในยุคโบราณก็ว่าได้ (แต่ก็แน่นอนว่าจิตรกรบางคนก็สามารถทำภาพพิมพ์ได้เองด้วย) เรียกได้ว่าเป็นบูรณาการของศิลปะและพาณิชย์อย่างแท้จริง

แม้ภาพพิมพ์ในยุคแรกจะมีเพียงสีเดียว แต่ความต้องการสีสันเพื่อแสดงออกถึงความสวยงามมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการพัฒนาเทคนิคการพิมพ์หลากสีสันที่เรียกว่า นิชิกิเอะ (錦絵 Nishiki-e) (ซึ่งแปลว่า “ภาพของผ้าไหมที่ใช้ทำกิโมโน” ที่มีสีสันสดใสหลายหลาก) ขึ้นมา

เรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดในอุคิโยเอะมักเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวพันกับชีวิตที่คนเมืองให้ความสนใจ ตั้งแต่ภาพประกอบบทกวี การค้าขายในเมือง เรื่องราวในย่านบันเทิงเริงรมย์ (อย่าง โยชิวาระ ซึ่งเป็นย่านโลกีย์ที่สำคัญที่สุดของเอโดะ) โรงละคร ภาพของนักแสดงอุปรากรคาบูกิ นักซูโม่ สาวงาม ไปจนถึงสาวบริการอย่างเกอิชาและนางโลม ฯลฯ

อุคิโยเอะเริ่มต้นแพร่หลายมาตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 17 และเริ่มเสื่อมความนิยมเมื่อญี่ปุ่นเข้าสู่ช่วงเปิดประเทศในศตวรรษที่ 19 การติดต่อกับโลกตะวันตกทำให้วัฒนธรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่น่าตื่นตาอย่าง ภาพถ่าย หลั่งไหลเข้ามาแทนที่ ในทางกลับกัน ภาพพิมพ์อุคิโยเอะที่แปะเป็นฉลากบนสินค้าประเภทต่างๆ ที่ส่งไปยังประเทศตะวันตกกลับได้รับความนิยมในหมู่ชาวต่างชาติและกลายเป็นอิทธิพลต่อกระแสศิลปะสมัยใหม่อย่าง อิมเพรสชันนิสม์ และโพสต์อิมเพรสชั่นนิสม์ อีกด้วย และศิลปินอย่าง เอดูอา มาเนต์ (Édouard Manet), โคล้ด โมเนต์ (Claude Monet), ปิแอร์-โอกุสต์ เรอนัวร์ (Pierre-Auguste Renoir), วินเซนต์ แวน โก๊ะห์ (Vincent van Gogh), ปอล โกแกง (Paul Gauguin), เอ็ดกา เดอกาส์ (Edgar Degas)ฯลฯ กระแสความนิยมในศิลปะญี่ปุ่นที่มีอุคิโยเอะรวมอยู่ด้วยนั้นถูกเรียกว่า Japonisme นั่นเอง

ปัจจุบัน อุคิโยเอะ นอกจากจะส่งแรงบันดาลใจสู่งานศิลปะภาพพิมพ์สมัยใหม่ในแง่ของเทคนิคและการสร้างสรรค์แล้ว มันยังส่งอิทธิพลถึงสิ่งพิมพ์วัฒนธรรมป๊อปในปัจจุบันอย่างโปสเตอร์ ใบปลิว มังหงะ หรือการ์ตูนญี่ปุ่น ฯลฯ รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินทั่วทุกมุมโลกอีกด้วย

ได้รู้ว่าศิลปะชั้นเยี่ยมแบบนี้มีต้นกำเนิดและถูกขับเคลื่อนโดยการค้าการขายเช่นนี้ แล้วยังจะบอกว่า ทุนนิยมนี่มันเหี้ยจริงๆ กันอีกไหมล่ะครับ?

ข้อมูล

หนังสือ: Floating World: Japan in the Edo Period เขียนโดย John Reeve พิมพ์โดย BRITISH MUSEUM

หนังสือ: Hokusai by Gian Carlo Calza / Hokusai Katsushika สำนักพิมพ์ Phaidon, 2003, [2004]

หนังสือ: คัทซึชิคะ โฮะคุไซ โดย ชัยยศ อิษฏ์วรพันธุ์ สํานักพิมพ์ สารคดีภาพ, 2552

บทความ อุคิโยเอะ ของ ชัยยศ อิษฏ์วรพันธุ์ วารสาร ญี่ปุ่นสาร ฉบับที่ 71 กรกฎาคม – กันยายน 2011

การ์ตูน จิน หมอทะลุมิติ NED COMICS

ภาพประกอบ

1. คลื่นยักษ์นอกฝั่งคานางาวะ (The Great Wave off Kanagawa) (1829–1833) โดย โฮะคุไซ ศิลปินอุคิโยเอะผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคเอโดะ ภาพพิมพ์แม่พิมพ์ไม้บนกระดาษ ภาพจาก https://en.wikipedia.org/wiki/Ukiyo-e

2. Ōtani Oniji III in the Role of the Servant Edobei (1794) โดย โตชูไซ ชาราคุ (Toshusai Sharaku) ภาพพิมพ์แม่พิมพ์ไม้บนกระดาษ ภาพจาก https://en.wikipedia.org/wiki/Ukiyo-e

3. Kushi (Comb) (1785) โดย (Kitagawa Utamaro) ภาพพิมพ์แม่พิมพ์ไม้บนกระดาษ ภาพจาก https://en.wikipedia.org/wiki/Ukiyo-e

Close

Sign in

Close

Cart (0)

Cart is empty No products in the cart.


Currency